ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475(ตรงกับวันศุกร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก) เวลาย่ำรุ่ง.....

ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475(ตรงกับวันศุกร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก) เวลาย่ำรุ่ง.....

ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475(ตรงกับวันศุกร์ แรม ค่ำ เดือน ปีวอก)   เวลาย่ำรุ่ง.....

คณะราษฎร ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ ”

 1372043812-images-o.jpg]

คณะผู้ก่อการปฏิวัติได้ประกาศนโยบาย โดยเรียกว่า "หลักใหญ่ๆที่คณะราษฎรวางไว้" มีอยู่ว่า 
 
1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง 
 
2.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก 
 
3.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก 
 
4.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎร เช่นที่เป็นอยู่)
 
5.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลักสี่ประการดังกล่าวข้างต้น 
 
6. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 87 ปีแล้วที่ประชาชนคนไทยต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองที่ล้มลุกคลุกคลาน ทั้งจากฝ่ายที่เสียอำนาจ เสียผลประโยชน์ที่ต่างก็แย่งชิงกันเป็นใหญ่ ทำลายเจตนารมณ์ของคณะราษฎรเสียสิ้นนำพาประเทศถอยหลังเข้าคลองเป็นประเทศเผด็จการเกือบเต็มรูปแบบเพียงแต่มีคำว่า “ประชาธิปไตย “ ห้อยไว้เพื่อลวงโลก...ว่าประเทศไทยปกครองแบบประชาธิปไตยนะ..

ประชาชนคนไทยทุกวันนี้มีชีวิตอยู่ไม่ต่างจากทาสไปเท่าไหร่ ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของผู้ถืออำนาจจะหือจะอือไม่ได้...หากไม่พอใจก็ไล่ให้ไปอยู่ต่างประเทศ...(แล้วจะให้กูไปอยู่ที่ไหน...บ้านนี้..เมืองนี้...ถิ่นนี้...ประเทศนี้ก็เป็นของกูเหมือนกัน กูจะกินจะใช้อะไรซื้อหามาก็เสียภาษีนะโว้ย )

พูดถึงเรื่องภาษีทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อปีพ.ศ. พ.ศ. 2473 ที่สถานการณ์โลกหนักหนาเกินกว่าประเทศจะรับได้เมื่อตลาดหุ้นวอลล์สตรีทล่มและความล่มสลายทางเศรษฐกิจก็ตกมาถึงประเทศสยามเวลานั้น ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสนอให้จัดเก็บภาษีรายได้ทั่วไปและภาษีอสังหาริมทรัพย์เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนยากจน แต่นโยบายดังกล่าวถูกสภาปฏิเสธอย่างรุนแรง ซึ่งสภาเกรงว่าทรัพย์สินของพวกตนจะลดลง สภาหันไปลดค่าตอบแทนของข้าราชการพลเรือนและลดงบประมาณทางทหารแทน ทำให้อภิชนผู้ได้รับการศึกษาในประเทศส่วนใหญ่โกรธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่านายทหาร..

ตอนนี้ประเทศไทยก็กำลังจะเข้าอีหรอบเดียวกัน ประชาชนคนไทยโดนภาษีขูดรีดแทบทุกทาง(เพราะรัฐไม่มีปัญญาที่จะหารายได้จากต่างประเทศ)เพื่อเอาไปบำรุงบำเรออภิสิทธิ์ชนและพวกพ้อง พวกเขาต่างได้อยู่ดีกินดีต่างกับคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ต้องอยู่อย่างแร้นแค้นและยากไร้

แล้วเมื่อไหร่ประชาชนในประเทศไทยจึงจะได้สิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมกันอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันในสังคม…ให้สมกับเจตนารมณ์ของคณะราษฎรที่ได้ประกาศไว้..

Almost all animal species love their lives and their freedom. When detained, they will find a way to be free. We are real human beings, will let it go and don't think of doing anything?

สัตว์โลกเกือบทุกชนิดรักชีวิตและเสรีภาพของพวกมัน เมื่อถูกควบคุมตัวพวกเขาจะหาวิธีที่จะเป็นอิสระ เราเป็นมนุษย์แท้ๆจะปล่อยให้มันเป็นไปและไม่คิดทำอะไรเลยหรือ?
 
เผด็จการจงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ!

ป.ล. ฝากถามไอ้สีสุวัน จันยาด้วยที่เมิงร้องเรียนว่า “เป็นหน้าที่ของรัฐบาล และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จะต้องเร่งดำเนินการนำหมุดคณะราษฎรดังกล่าวกลับมาประดิษฐานยังที่เดิม หากไม่ดำเนินการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญจะใช้สิทธิตามมาตรา 51 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไปแน่นอน “ นั้นเรื่องไปถึงไหนแล้ว...


http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9972

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

7 ความคิดเห็น

 
akausa

เอาเพลงชาติมาฝาก..

มันเป็นเพลงที่ผมชอบมาก ครูเขาเอามาสอนตั้งผมเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 จนถึงบัดนี้ยังจำได้ไม่มีลืม จำได้ทุกตัวอักษร ร้องเมื่อไหร่ใจมันรู้สึกฮึกเหิมเมื่อนั้น..

ต้นฉบับ เพลงวันชาติ ๒๔ มิถุนา แต่งโดย มนตรี ตราโมท

ยี่สิบสี่มิถุนา- ยนมหาศรีสวัสดิ์

ปฐมฤกษ์ของรัฐ- ธรรมนูญของไทย

เริ่มระบอบแบบอา- รยะประชาธิปไตย

ทั่วราษฎรไทย ได้สิทธิเสรี

สำราญ สำเริง บันเทิง เต็มที่

เพราะชาติเรามี เอกราชสมบูรณ์

ไทยจะคงเป็นไทย ด้วยร่วมใจเทิดไทย ชโย

ชาติประเทศเหมือนชีวา ราษฎร์ประชาเหมือนร่างกาย

ถ้าแม้ว่าชีวิตมลาย ร่างกายก็เป็นปฏิกูล

พวกเราต้องร่วมรัก พิทักษ์ไทยไพบูลย์

อีกรัฐธรรมนูญ คู่ประเทศของไทย

เสียกายเสียชนม์ ยอมทนเสียให้

เสียชาติประเทศไทย อย่ายอมให้เสียเลย

ไทยจะคงเป็นไทย ด้วยร่วมใจเทิดไทย ชโย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ติดตามครับ

YES !

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

“ปายุด “ สั่งสอบหมุดคณะราษฎรหาย

 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีหมุดคณะราษฎร หรือหมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ ที่บริเวณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ที่ระบุถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย.2475 หายไป และถูกแทนด้วยหมุดใหม่ที่มีข้อความใหม่แทนในจุดเดิมว่า เรื่องดังกล่าวไม่อยากให้เป็นประเด็น ซึ่งตนได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวมาแล้ว และได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ติดตามสืบสวนและสอบสวน
อย่างไรก็ตามไม่อยากให้เป็นประเด็นในเวลานี้ เราเป็นประชาธิปไตยมากว่า 80 ปี แล้ว ตนก็ยืนยันว่าตนเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นอยู่ที่ใจของพวกเราทุกคนว่าจะเดินหน้าประเทศกันอย่างไรมากกว่า ที่เหลือเป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่ต้องว่ากันไป ถ้าพูดกันไปมา ไม่มีวันจบ ขอให้ดำเนินการไปตามขั้นตอน
 
เตือนกลุ่มเคลื่อนไหวอย่าป่วน
 
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่มีกลุ่มต่างๆ เคลื่อนไหวทวงคืนหมุดคณะราษฎรในวันที่ 19 เม.ย. นั้น ส่วนตัวเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น อยากขอเตือนว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามในขณะนี้ไม่อยากให้บ้านเมืองไปไม่ได้ในทุกๆเรื่อง เพราะวันนี้มีหลายกลุ่มหลายฝ่ายต้องการใช้ในหลายๆ ประเด็นไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ ความขัดแย้ง พลังงาน สุดท้ายเป็นเรื่องหมุดคณะราษฎร มาเป็นปัญหาทั้งหมด แล้วเราจะทำอะไรได้ ตนจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการจะทำอะไรก็ตามต้องดูกฎหมายด้วย จะดูแค่รัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะรัฐธรรมนูญเพียงแค่เขียนกรอบกว้างๆ ไว้เท่านั้น ยังมีกฎหมายลูก มีพระราชบัญญัติอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัย รวมทั้งมาตรา 116
 
ประชาชนทุกคนต้องไปศึกษาหาความรู้ ไม่ใช่อะไรจะอ้างในเรื่องสิทธิเสรีภาพทั้งหมดแล้วจะทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง ถ้าเป็นเช่นนั้นคงต้องไปอยู่ที่ไหนสักที่ที่ไม่มีกฎหมายบังคับ ซึ่งในโลกนี้คงไม่มี เพราะทุกประเทศต้องมีการ บังคับใช้กฎหมาย อะไรที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการปกครอง การบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถึงแม้บางคนจะบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อนถือว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
 
ขอร้องเลิกโต้เถียงกัน
 
วันนี้ถือว่าขอร้องแล้วกัน วันนี้เรากำลังเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ทุกคนก็ต้องการประชาธิปไตย ต้องการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ขอยืนยันว่าผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้แผ่นดินนี้มีความสุข จึงอยากขอความร่วมมือว่าอะไรที่ไม่ใช่ประเด็นที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายจนเกินไปมากนัก อย่าเอามาให้เป็นเรื่องที่ต้องแก้มากนักเลย ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความรู้สึก แต่ต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าวันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ดังนั้นเราควรมองอนาคตดีกว่าหรือไม่ เรื่องเก่าๆ เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ก็ว่ากันไป ถ้าจะมาโต้แย้งกันไป-มา ผมขอไม่พูดดีกว่า เพราะทุกคนมีความเชื่อที่แตกต่างกัน อันนี้คือหลักการของประชาธิปไตย ไม่ได้อยู่ที่อะไรทั้งสิ้น อยู่ที่ใจคนว่าอยากเห็นประเทศชาติเดินต่อไปอย่างไร ผมก็ได้แต่ขอร้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความจริงไม่อยากเพิ่มภาระให้กับความฝ่ายความมั่นคง แต่ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงดูกฎหมายทุกข้อในช่วงนี้เป็นต้นไป ขอให้ทุกคนระมัดระวังแต่ไม่ใช่ตนขู่ เพียงแต่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเดือดร้อน อีกแล้ว ไม่อยากให้มีการประท้วงยาวนานจนวุ่นวายไปหมดแล้วจะทำอะไรกันได้ ทุกคนยิ่งห่วงและระบุว่าเศรษฐกิจมันแย่ ยิ่งถ้ามีการประท้วงกันอีกแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นได้อย่างไร เราต้องใช้เวลาที่เหลือให้เต็มที่ อะไรที่ยัง ไม่เข้าใจขอให้สอบถามมาตนยินดีที่จะตอบ สิ่งไหนทำได้ก็พร้อมทำให้ จะเห็นว่ารัฐบาลมีมาตราการต่างๆออกมาล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี แต่หลายเรื่องยังเป็นปัญหา
 
บิ๊กป้อมปัดไม่รู้อันเดิมอยู่ไหน
 
ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องหมุด คณะราษฎรให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไป ตนตอบ อะไรไม่ได้เพราะไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่เห็นว่าอย่าไปทำอะไรให้เกิดความวุ่นวายกับบ้านเมือง ตนมีหน้าที่กำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ข้างล่างจะไปทำอย่างไร สื่อยังไม่รู้ว่าหมุดอันเดิมอยู่ที่ไหนตนก็ไม่รู้
 
ผู้สื่อข่าวถามว่าเจ้าหน้าที่ยอมให้มีการ สับเปลี่ยนได้อย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ก็ไม่เห็น เพราะไม่ได้อยู่ตรงนั้น และไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบ ถ้าเรื่องอยู่ในส่วนของกระทรวงกลาโหมจะตอบให้ได้ เมื่อถามว่ารัฐบาลสามารถจัดการอะไรได้หรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ เพราะรัฐบาลเองก็ไม่รู้ และผมไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ ก็ปล่อยไป เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่ ไม่เกี่ยวกับเรื่องอดอยากปากแห้ง ไม่มีน้ำ เรื่องนี้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ว่ากันไป และอะไรที่ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นอย่าเพิ่งไปทำ
 
บิ๊กตร.ชี้เอาผิดลักทรัพย์ไม่ได้
 
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีมีความเคลื่อนไหวให้ดำเนินคดีลักทรัพย์กับผู้ที่ถอดเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร บริเวณลานพระราชวังดุสิต หรือลานพระบรมรูปทรงม้าว่า กรณีนี้จะถือเป็นคดีลักทรัพย์ ก็ต่อเมื่อมีผู้เสียหายเป็นเจ้าของทรัพย์ ไม่ว่ากรณีอ้างเป็นทายาท หรือเป็นเจ้าของก็ต้องมีหลักฐานกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น เช่นอ้างว่าเป็น เจ้าของ เป็นทายาทของใคร ถ้าได้รับตกทอดมาต้องมีหลักฐานว่าได้รับทรัพย์สินนั้นเป็นมรดก หากไม่มีหลักฐานว่าเป็นทรัพย์มรดก ก็อ้างเป็นมรดกหรือเป็นเจ้าของทรัพย์ไม่ได้
 
กรณีหมุดนี้ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ สอบถามไปยังหน่วยงานราชการ ทั้งสำนักงานเขตดุสิตและกรมศิลปากร ได้รับการยืนยันว่าไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าของ จึงไม่ใช่ของแผ่นดิน ไม่ใช่โบราณวัตถุหรือดูแลครอบครอง เมื่อเป็นดังนั้นยังไม่ชัดว่าทรัพย์นี้เป็นของใครเลย จะดำเนินคดีลักทรัพย์ได้อย่างไร ทรัพย์เป็นของใครยังไม่รู้เลย ยังไม่มีเจ้าของมาบอกเลยว่าทรัพย์ของตนเองหายไป จะทำคดีได้อย่างไร ตอนนี้คดียังไม่เกิด ถ้าคดีเกิดแล้วจึงจะมีอำนาจ สืบสวนสอบสวนต่อ ต้องว่ากันไปตามกบิลบ้านกบิลเมือง ใครที่จะยุยงปลุกปั่นให้เป็นเรื่องการเมืองก็ว่ากันไปตามหลักฐานแล้วกัน
 
ผู้ว่าฯกทม.ยินดีให้ดูซีซีทีวี
 
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกลุ่มนักกิจกรรมเคลื่อนไหวตามหาหมุดคณะราษฎร จะเดินทางมายังศาลาว่าการกทม. ทำหนังสือขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดในวันที่ 19 เม.ย.ว่า กทม.ยินดีให้ความร่วมมือ เพราะทุกคนมีสิทธิในการขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) แต่ไม่ทราบเรื่องหมุดคณะราษฎรหาย หรือมีการสับเปลี่ยนแต่อย่างใด ซึ่งหมุดคณะราษฎร ไม่ใช่สิ่งของสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของ กทม. และไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของทรัพย์ เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่เจ้าของทรัพย์ต้องไปแจ้งความว่าทรัพย์หาย ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน เขตดุสิต
 
ด้านนายบรรลือ สุกใส ผู้อำนวยการเขตดุสิต กล่าวว่า ทางเขตยังคงชี้แจงเหมือนเดิมว่าไม่ได้เป็นผู้เปลี่ยน พื้นที่ดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่ร่วมรับผิดชอบ ซึ่งกทม.มีหน้าที่ดูในเรื่องของหาบเร่แผงลอยเท่านั้น ส่วนหากจะมีการขอดูกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่นั้นต้องสอบถามไปยังสำนักการจราจรและขนส่ง ซึ่งทางกทม.ยินดีเปิดเผย
 
นายสุธน อาณากุล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กล่าวว่า หากจะมีผู้มาขอดูวงจรปิดบริเวณดังกล่าวทางกทม.ก็ยินดี
 
ชาวบ้านแห่ดู-ผิดหวังห้ามถ่ายรูป
 
เมื่อเวลา 17.50 น. ที่บริเวณลานพระราชวังดุสิต พระรูปทรงม้า มีประชาชนแวะเวียนเข้าไปดูหมุดตัวใหม่ที่ถูกนำมาเปลี่ยนตัวเก่าออกไป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 จำนวน 10 นายเฝ้าสังเกตการณ์
 
อย่างไรก็ตามหากใครถ่ายรูปหมุดดังกล่าวจะถูกสั่งให้ลบทิ้งทันที โดยอ้างว่ามีคำสั่งห้ามถ่ายรูปตัวหมุดหรือรูปคู่เห็นหมุดดังกล่าว หาก ฝ่าฝืนจะถูกควบคุมตัวทันที ทำให้ผู้ที่มาดูต่างผิดหวังกลับไป
 
พิชัยซัดคนสับหมุดมีแผน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชัย รัตตกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์กรณี มีผู้มาเปลี่ยนหมุดณะราษฎร ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ หายไปจากที่เดิม ว่า หมุดนั้นสำคัญไฉนมีรายละเอียดดังนี้
 
เมื่อคณะราษฎรทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2475 นั้น ผมเพิ่งมีอายุ 6-7 ขวบ ไม่รู้ประสีประสาอะไร แต่เมื่อ อายุมากขึ้น มีโอกาสได้พบ และให้ความเคารพ แก่ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2475 หลายท่าน เช่นอาจารย์ปรีดี พนมยงค์จอมพล ป. พิบูลสงครามพลเอกหลวงเสรี เริงฤทธิ์พันตรี ควง อภัยวงศ์และคุณชุณห์ ปิณฑานนท์ เป็นต้น
 
ผมไม่ทราบมาก่อนเลยว่า คณะราษฎร ได้ทำหมุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ การเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น และนำไปฝังไว้ที่ลานพระ บรมรูปทรงม้า มาทราบอีกที และเป็นครั้งแรกก็เมื่อมีข่าวว่ามีคนมาขุดเอาหมุดนี้ออก และนำหมุดใหม่มาใส่แทนที่ แสดงว่าใครก็ตาม ที่ทำการนี้จะต้องมีแผนการไว้ล่วงหน้า
 
ไม่คำนึงถึงการปรองดอง
 
นายพิชัย ระบุว่า หมุดนี้ไม่ใช่หมุดหัวจ่ายน้ำประปา หมุดเดิมที่คณะราษฎร ได้นำมาฝังไว้ 85 ปี มาแล้ว อาจจะไม่มีค่างวดอะไรนัก แต่ค่างวดของหมุดนี้ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และทางจิตใจ อย่างยิ่ง ซึ่งไม่สามารถนำมาคำนวณ เป็นตัวเงินได้ ผู้ที่กระทำการเอาหมุดเดิมออก ไม่ได้คิดสักนิดว่า การกระทำของเขา กระทบกระเทือนจิตใจ และความรู้สึกที่ไม่ดีต่อผู้กระทำอย่างมาก และเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงความปรองดองความรักใคร่สามัคคีของชนในชาติเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แสนจะดี โดยแจ้งให้ผู้ไปแจ้งความว่า ใครเป็นเจ้าของหมุด ต้องให้เจ้าของมาแจ้งความเอง
 
ผมก็อายุมากแล้ว อยากเห็นบ้านเมืองเรียบ ร้อย ประชาชนมีความรักใคร่ปรองดองกัน แต่เหตุการณ์เรื่อง หมุด” นี้ ไม่นำไปสู่สิ่งที่ผมอยากเห็นเลย อย่ามาพูดว่า ให้มารักกันด้วยปาก อย่ามาพูดให้ปรองดอง กันด้วยปาก ตราบใดที่ขาดความจริงใจ ตราบนั้นบ้านเมืองของเรา ก็ย่ำอยู่กับที่!
 
กระทุ้งปชป.แสดงความเห็น
 
นายพิชัยให้สัมภาษณ์ว่า ตนอ่านข่าวมาหลายวันแล้ว จึงคิดว่าคนที่มาเปลี่ยนไม่ใช่คนธรรมดา ต้องมีการวางแผนและเตรียมพร้อมมาก่อน ไม่เช่นนั้นจะเอาของอื่นมาใส่แทนได้อย่างไร รู้กระทั่งกว้างยาวเท่าไหร่ ถ้าคนไม่สังเกตก็ไม่รู้ แล้วแบบนี้บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร และการที่ตำรวจถามหาเจ้าของนั้น ก็พูดไม่ถูก เพราะของอย่างนี้จะไปหาเจ้าของที่ไหน คณะราษฎรก็ตายไปหมดแล้ว และหมุดที่เขาทำขึ้นมาก็ทำเป็นที่ระลึกไว้ แล้วฝังไว้ในแผ่นดิน
ส่วนที่มีการเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ ออกมารับผิดชอบบ้าง เพราะเป็นพรรคที่เกิดจากคณะราษฎร นายพิชัย กล่าวว่า คงรับผิดชอบ ไม่ได้ เพราะไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่เขาควรออกมาให้ความคิดเห็นบ้าง เพราะนายควง อภัย วงศ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นคณะ ราษฎร และเป็นผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นคนของพรรคประชาธิปัตย์ควรออกมาแสดงความคิดเห็นบ้าง ขนาดตนไม่ได้เป็นสมาชิก พรรคแล้วยังออกมาแสดงความเห็นได้เลย
 
หมุดถือเป็นประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งของไทย คนที่ขโมยไปจะต้องเอาของเก่ากลับคืนมา เพราะเป็นสัญลักษณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง แม้ขณะนี้การปกครองของเราจะไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยนัก แต่หวังว่าเราจะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง และการทำอย่างนี้ไม่ทำให้บ้านเมืองปรองดอง ยิ่งสร้างความเจ็บใจให้คนและกลุ่มต่างๆ อีกด้วย คิดแล้วเศร้าจริงๆ ผมอยากกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง อายุ 30 กว่าๆ กระโดดลงมาเล่นแน่” นายพิชัยกล่าว
 
ปชก.ค้านข้อความหมุดใหม่
 
เมื่อเวลา 10.40 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่มคณะอธิปไตยปวงชนชาวไทยเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (ปชก.) นำโดยนายณพลเดช มณีลังกา และเครือข่าย เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ผ่านผอ.ศูนย์บริการประชาชนฯ
 
นายณพลเดชกล่าวว่า การนำหมุดอันใหม่มาแทนหมุดคณะราษฎรที่ระบุถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย.2475 โดยมีข้อความถึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เช่นคำว่าประเทศสยาม พระรัตนตรัย ไปติดตั้งบนพื้นถนน มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาตลอดเวลา ซึ่งเป็นการกระทำไม่สมควร ลบหลู่สถาบันหลักของชาติ ที่มีวัฒนธรรมไม่นำของสูงมาไว้ในที่ต่ำ จึงขอให้ นายกฯ ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวภายใน วัน
 
ทหารคุมตัวศรีสุวรรณเข้าค่าย
 
ต่อมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการเลขา ธิการสมาคมองค์การมูลนิธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไทย ได้มาที่ศูนย์บริการประชาชนฯ ยื่นข้อเรียกร้องถึงนายกฯ ให้สืบสวนหาตัวการและผู้ที่ปรับเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร หรือหมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยนำหมุดอันใหม่ข้อความใหม่มาติดตั้งแทน และทวงคืนหมุดเดิมอันเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของชาติต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 กลับมาไว้ที่เดิม
ปรากฏว่าระหว่างที่นายศรีสุวรรณรอยื่นเรื่องอยู่บริเวณด้านหลังของศูนย์ฯ เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาเชิญนายศรีสุวรรณขึ้นรถตู้ออกไปไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) เพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจถึงจุดประสงค์ในการเคลื่อน ไหวเรื่องดังกล่าว คาดว่ายังไม่ปล่อยตัวในวันนี้ เนื่องจากจะใช้เวลาสอบสวนสักระยะ หากสอบสวนพบว่าการเคลื่อนไหวเข้าข่ายผิดกฎหมาย อาจแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
 
รุมจี้ปล่อยตัวทันที
 
นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทาง การเมือง กล่าวว่า การสอบถามหรือขอรับทราบข้อมูลจากรัฐในเรื่องสาธารณะนั้น ถือเป็น สิทธิที่ประชาชนทำได้อยู่แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่อง ความมั่นคงของประเทศ อยากให้เจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลในการควบคุมตัว เพราะ บริเวณศูนย์บริการประชาชนฯ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้าไปติดต่อได้ ไม่ใช่สถานที่ ต้องห้าม
 
ขณะเดียวกันสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เผยแพร่แถลงการณ์เรื่อง เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายศรีสุวรรณ จรรยาโดยทันที และ หยุดการใช้อำนาจโดยอำเภอใจ” โดยระบุว่า 1.ให้ปล่อยตัวนายศรีสุวรรณ โดยทันที รวมทั้ง ยุติการใช้อำนาจในการจับกุมหรือควบคุมตัวบุคคลโดยอำเภอใจในลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคตด้วย 2.การใช้อำนาจในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคล ต้องดำเนินการตามกระบวน การปกติที่ถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นสำคัญ เพื่อประกันสิทธิเสรีภาพและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน
ส่วนศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ปล่อยตัวศรีสุวรรณ จากการควบคุมตัวไม่ชอบในทันทีเช่นกัน
ห่วงฝ่ายต้านปชต.ไม่หยุด
 
นายชำนาญ จันทร์เรือง นักกฎหมายมหาชน ผู้ริเริ่มล่าลายชื่อ เอาผิดผู้ทำลายและต้องคืนหมุดคณะราษฎร” บนเว็บไซต์ change.org กล่าวว่า ไม่ได้ตั้งเป้าว่าเมื่อได้ถึงจำนวนหนึ่งแล้วจะเอาไปยื่นร้องกับใคร แต่ต้องการทำให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากเรียกร้องทวงคืนหมุดคณะราษฎร เบื้องต้นคนที่มาร่วมลงชื่อสนับสนุนพบว่ามีความหลากหลายจากกลุ่มคนทุกสี ที่แปลกคือ นักการเมืองกลับไม่ค่อยมีมาลงชื่อ หรือให้ความคิดเห็น ทั้งที่นักการเมืองคือผลผลิตของการอภิวัตน์สยาม พ.ศ.2475 โดยคณะราษฎร
การชี้แจงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ว่ากำลังให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบอยู่ เป็นสิ่งที่รับได้ หากมีการเคลื่อนย้ายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ก็ควรเปิดเผยความจริง หมุดคณะราษฎรที่หายไป มีข้อดีคือทำให้คนจำนวนมากหันมาสนใจ คำค้นเรื่องนี้ติดอันดับต้นๆ บนเว็บไซต์สืบค้นข้อมูล เกิดพื้นที่ถกเถียง สร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้กว้างขวาง แต่ข้อห่วงกังวลคือ มันสะท้อนชัดเจนว่าฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย ไม่มีท่าทีประนีประนอมอยู่เลย สุ่มเสี่ยงไป สู่ความรุนแรงในสังคมได้ อีกทั้งยังทำให้กระบวนการปรองดองของรัฐบาลในตอนนี้ยุ่งยากยิ่งขึ้น ลำพังไม่มีเรื่องนี้ก็ลำบากแล้ว หมุดคณะราษฎรดันมาหายอีก
 

 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

วันนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.....

หนักหน่วง....” วันชาติไทย “ ถูกปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน....

ต้องลงชื่อลงทะเบียนที่โต๊ะของทหาร...ถึงจะเข้าไปทำพิธีรำลึกที่ “หมุด “ ได้...

ช่างปลอดภัยและมีความสุขเหลือรับ......

 

 sky and outdoor

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

 one or more people and text

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

 outdoor

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

การเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครอง2475

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0